Ridebird

ไม่ต้องลุ้นน้ำมันกลางดอย

Ridebird วางแผนทริปมอเตอร์ไซค์ทีละวัน แล้วบอกล่วงหน้าว่าช่วงไหนของเส้นทางไม่มีปั๊ม พร้อมบอกด้วยว่าปั๊มไหนแก้ให้ได้ ข้อมูลปั๊มทั่วประเทศอยู่ในเครื่องตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง

เบต้าบน TestFlight เร็วๆ นี้iPhone · iOS 26 ขึ้นไป

เรื่องที่แอพนี้เกิดมาเพื่อแก้

รู้ตั้งแต่ก่อนออก ว่าช่วงไหนไม่มีปั๊ม

บอก Ridebird ว่าถังคุณวิ่งได้กี่กิโลเมตร และอยากเผื่อสำรองไว้เท่าไหร่ ที่เหลือคือระยะที่ใช้วางแผน แล้วมันจะเอาไปวัดกับทุกช่วงของทริป — ช่วงหนึ่งคือระยะจากจุดเติมน้ำมันหนึ่งไปจุดถัดไป ช่วงไหนยาวเกินถัง จะขึ้นเตือนตอนที่คุณยังนั่งวางแผนอยู่ที่บ้าน

ทริปจริงจากแอพ: แม่ฮ่องสอนลูป วันที่ 2 · แม่สะเรียง → ปาย
แผนเดิมระยะที่ใช้วางแผน 212 กม.

270 กม. ไม่มีจุดเติมน้ำมัน — เกินมา 58 กม.

แวะเติมที่ขุนยวม

94 กม. แล้วต่ออีก 176 กม. — เข้าถังทั้งสองช่วงแก้ได้

แล้วไม่ได้ทิ้งให้ไปแก้เอง Ridebird เปิดรายชื่อปั๊มที่อยู่ใกล้เส้นทางช่วงนั้น จากข้อมูล 7,789 ปั๊มที่ติดมากับแอพ แล้วติดป้าย “แก้ได้” เฉพาะปั๊มที่เติมแล้ว ทุกช่วงของวันนั้นเข้าถังจริง ปั๊มที่ช่วยได้ไม่หมดก็บอกตรงๆ ว่าช่วยได้บางส่วน

หน้าทริปในแอพ แสดงคำเตือนว่าวันที่ 2 ยาว 270 กม. โดยไม่มีจุดเติมน้ำมัน
รายชื่อปั๊มใกล้เส้นทาง โดยปั๊มที่แก้ปัญหาได้ติดป้าย แก้ได้

และตอนที่ออกไปแล้ว น้ำมันเหลือน้อย ไม่มีสัญญาณ — เปิด “ปั๊มใกล้ฉัน” ได้เลย Ridebird เรียงปั๊มที่ใกล้ที่สุดจากจุดที่คุณยืนอยู่ ขยายรัศมีให้เองถ้าแถวนั้นไม่มี และบอกว่าปั๊มไหนอยู่ในระยะที่น้ำมันที่เหลือไปถึงได้จริง ทั้งหมดนี้ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตสักนิด เพราะทุกปั๊มอยู่ในเครื่องอยู่แล้ว

อย่างอื่นที่ทำได้แล้ว

แผน

วางทีละวัน เห็นทั้งเส้นทาง

ใส่จุดแวะเป็นประเภท — ปั๊ม คาเฟ่ ที่พัก จุดชมวิว ร้านอาหาร ร้านซ่อม — แล้วลากสลับลำดับได้ ทุกช่วงคิดระยะทางกับเวลาขี่ให้ และบอกเมื่อวันไหนอัดยาวเกินไป สลับดูเป็นไทม์ไลน์ได้ เห็นเวลาไล่ลงมาว่าน่าจะถึงแต่ละจุดกี่โมง และหมุดบนแผนที่มีเลขบอกว่าเป็นจุดที่เท่าไหร่ของวันนั้น ถ้าช่วงไหนระยะทางถูกคิดผ่านมอเตอร์เวย์หรือทางด่วนที่มอเตอร์ไซค์ขึ้นไม่ได้ มันบอกด้วย เพราะระบบนำทางคิดเส้นให้รถยนต์ ไม่ได้คิดให้รถคุณ และถ้าช่วงไหนมีถนนให้เลือกมากกว่าหนึ่งเส้น ก็เปิดดูเส้นทางอื่นเทียบระยะกับเวลา แล้วเลือกเส้นที่อยากขี่ได้เลย ระยะทาง งบ และ GPX จะตามเส้นที่คุณเลือก

แผนที่ในแอพ แสดงเส้นทางแม่ฮ่องสอนลูปตามถนนจริง พร้อมหมุดจุดแวะแยกสีและมีเลขลำดับของแต่ละวัน

เส้นทาง

ไม่รู้จะไปไหน มี 115 เส้นทางรออยู่แล้ว

คลังเส้นทางไทยที่คัดมาเอง 115 ทริป ครอบคลุม 68 จังหวัด แบ่งวันไว้เรียบร้อย และปักหมุดจุดแวะครบทุกจุด กรองตามภาค ธีม จำนวนวัน และความยากของถนน เรียงตามเส้นที่เริ่มใกล้ตัวคุณที่สุด หรือดูเฉพาะเส้นที่เดือนนี้กำลังสวยก็ได้ กดนำเข้าแล้วมันกลายเป็นทริปของคุณ แก้ได้ทุกอย่างตั้งแต่วินาทีนั้น

115เส้นทางคัดมาแล้ว ติดมากับแอพ

แวะไหนดี

คาเฟ่ จุดชมวิว ที่พัก — ไล่ตามเส้นทางของวันนั้น

เปิดจากวันไหนก็ได้ แล้วดูว่าวันนั้นขี่ผ่านอะไรบ้าง — คาเฟ่ จุดชมวิว และที่พัก เรียงตามลำดับที่จะขี่ผ่านจริง พร้อมบอกว่าอยู่ห่างจากเส้นทางกี่กิโล เจออันที่ใช่ก็แตะเดียวเข้าไปอยู่ในแผนตรงตำแหน่งที่ถูกต้องของวันเลย ข้อมูลทั้งหมดติดมากับแอพ เปิดดูกลางดอยไม่ต้องมีสัญญาณ

18,342คาเฟ่ จุดชมวิว และที่พัก ติดมากับแอพ

แสง

วันนี้จะถึงก่อนมืดไหม

ใส่เวลาที่จะออก แล้ว Ridebird คิดเวลาถึงจากเวลาขี่จริงของวันนั้น บวกเวลาแวะระหว่างทาง แล้วเอาไปเทียบกับเวลาพระอาทิตย์ตก ณ จุดหมายของวันนั้นจริง ๆ ถ้าถึงหลังมืด มันบอกตั้งแต่ตอนวางแผน พร้อมบอกว่าต้องออกก่อนกี่โมงถึงจะทัน คำนวณจากตำแหน่งดวงอาทิตย์ล้วน ๆ ไม่ต้องต่อเน็ต ไม่ต้องโหลดข้อมูลอะไรเพิ่ม

ข้ามเกาะ

ขาที่เป็นเรือ ไม่ถูกนับเป็นขาที่ขี่

ทริปเกาะช้างหรือเกาะสมุยมีขาหนึ่งที่ล้อไม่ได้หมุน Ridebird รู้จักท่าเรือที่มอเตอร์ไซค์ลงได้ 48 ท่า กับเส้นทางข้ามฟาก 24 สาย และแยกขานั้นออกจากการขี่ให้ถูกเรื่อง — ชั่วโมงบนเรือไม่ถูกนับเป็นความล้าของวัน และกิโลเมตรบนน้ำไม่ถูกหักจากระยะถัง แต่ทั้งคู่ยังอยู่ในนาฬิกาของวันครบถ้วน เพราะเรือถึงช้า ฟ้าก็มืดเวลาเดิม ส่วนตารางเรือ Ridebird ตั้งใจไม่เดา — รอบเรือจริงเปลี่ยนตามฤดูกาลและคลื่นลม สิ่งที่ซื่อสัตย์ที่สุดที่แอพพูดได้คือ เช็ครอบสุดท้ายก่อนออก

48ท่าเรือที่มอเตอร์ไซค์ลงได้ ติดมากับแอพ

เมื่อไม่เป็นไปตามแผน

แผนถอย และการ์ดฉุกเฉินที่ใช้ได้ตอนไม่มีเน็ต

ทุกวันของทริปบอกได้ว่าโรงพยาบาล คลินิก สถานีตำรวจ และร้านซ่อมที่ใกล้เส้นทางอยู่ตรงไหน และที่สำคัญกว่านั้น — จุดไหนของวันนั้นที่ห่างจากความช่วยเหลือมากที่สุด เป็นตัวเลขที่ไม่มีทางเห็นจากรายชื่อจุดแวะ เพราะไม่มีใครปักหมุดตรงกลางที่เปลี่ยว ส่วนการ์ดฉุกเฉินมี 1669 1193 1155 191 กดโทรได้ทันที มีพิกัดของคุณให้อ่านให้เขาฟัง มีเอกสารรถ และมีข้อความภาษาไทยให้ยื่นมือถือให้คนแถวนั้นอ่านแทนคุณ

5,271จุดพึ่งพิงทั่วไทย ติดมากับแอพ

อุทยาน

วันไหนผ่านอุทยาน และด่านจะขอเท่าไหร่

ทริปไทยส่วนใหญ่วิ่งผ่านอุทยานแห่งชาติ และด่านเก็บเงินสด Ridebird รู้แนวเขตของอุทยานทั้ง 133 แห่งที่ประกาศแล้ว บอกได้ว่าวันไหนของทริปผ่านแห่งไหนบ้าง และรวมให้เลยว่าต้องพกเงินสดเท่าไหร่ — คิดทั้งค่าคนและค่ารถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่คนมักลืมบวก เช่น เขาใหญ่คือ 60 บาท ไม่ใช่ 40 ค้นอุทยานตามจังหวัดหรือดูที่ใกล้ตัวก็ได้ และแห่งไหนที่เรารู้พิกัดที่ทำการจริง ก็ปักเป็นจุดแวะได้เลย ส่วนแห่งไหนที่รู้แค่พื้นที่คร่าว ๆ แอพจะบอกตรง ๆ ว่ายังปักให้ไม่ได้

133อุทยานแห่งชาติ พร้อมแนวเขตและค่าเข้า

ฤดูกาล

เดือนที่คุณจะไป มันเป็นยังไงจริง ๆ

พยากรณ์อากาศตอบได้แค่ว่าวันพฤหัสฝนตกไหม แต่ตอบไม่ได้เลยว่าทริปเดือนมีนาคมจะเจออะไร Ridebird บอกให้ — หมอกควันภาคเหนือ เดือนฝนชุกของแต่ละภาค และช่วงเจ็ดวันอันตรายปีใหม่กับสงกรานต์ที่รถเยอะ เมาแล้วขับเยอะ และที่พักเต็ม ฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทยแยกกันคนละชุด เพราะหน้าฝนของสองฝั่งแทบจะตรงข้ามกัน และช่วงฤดูฝุ่น วันขี่ที่อยู่ในโซนหมอกควันจะเห็นค่า PM2.5 จริง ณ ตอนนั้น จากสถานีวัดของกรมควบคุมมลพิษที่ใกล้เส้นทางที่สุด ไม่ใช่แค่คำเตือนตามปฏิทิน ส่วนหน้าฝน ถ้าบ่ายนั้นฝนจะมา มันบอกเลยว่าออกก่อนกี่โมงถึงจะถึงก่อนฝน

ใส่ถุงมืออยู่

วิดเจ็ตหน้าล็อก และสั่งด้วยเสียงที่หัวจ่าย

วิดเจ็ตบนหน้าโฮมและหน้าล็อกบอกจุดแวะถัดไป เหลืออีกกี่จุด และพระอาทิตย์ตกกี่โมง วันที่ขี่จริงยังกดให้ทั้งวันขึ้นเป็นการ์ดบนหน้าล็อก (Live Activity) ได้ด้วย — จุดถัดไปกับคำเตือนน้ำมันอยู่ตรงนั้นโดยไม่ต้องปลดล็อก ส่วนตอนยืนอยู่ที่หัวจ่ายใส่ถุงมือ พูดกับ Siri ว่า “เติมน้ำมันใน Ridebird” หรือ “เช็คอินจุดถัดไปใน Ridebird” ได้เลย ไม่ต้องปลดล็อก ไม่ต้องเปิดแอพ และไม่มีอะไรวิ่งอยู่เบื้องหลัง — ทั้งหมดอ่านสิ่งที่แอพเขียนไว้ตอนคุณใช้ครั้งล่าสุด

ระหว่างทาง

รู้ว่าถึงไหนแล้ว โดยไม่ต้องมีใครนำทาง

เปิดแอพตอนจอดพัก แล้วดูได้เลยว่าตอนนี้อยู่ช่วงไหนของวัน เหลืออีกไกลแค่ไหนถึงจุดถัดไป และถ้ายืนอยู่ที่จุดแวะพอดี ก็เช็คอินได้ในแตะเดียว พอเช็คอินไปสักจุด แอพก็บอกได้ว่าตอนนี้ช้ากว่าหรือเร็วกว่าแผนอยู่กี่นาที อยากเพิ่มจุดใหม่ตรงที่ยืนอยู่ก็กดปุ่มเดียว ไม่ต้องไล่หาตัวเองบนแผนที่ ทั้งหมดนี้ทำงานเฉพาะตอนคุณเปิดแอพเท่านั้น ไม่มีการตามตำแหน่งอยู่เบื้องหลัง และการวัดว่าถึงไหนแล้วคิดจากข้อมูลในเครื่องล้วน ๆ ถ้าแชร์ลิงก์ทริปไว้ จะเปิดให้คนที่ถือลิงก์เห็นด้วยก็ได้ว่าเช็คอินถึงจุดไหนแล้ว — เปิดทีละทริป ปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น และไปแค่จุดที่เช็คอิน ไม่มีพิกัดของคุณติดไปด้วย

งบ

งบทริปที่คิดค่าน้ำมันให้เอง

ค่าน้ำมันมาจากระยะทางจริงของทริป หารด้วยอัตราสิ้นเปลืองของรถคุณ คูณราคาน้ำมันชนิดที่รถคันนั้นเติม สูตรอยู่บนหน้าจอให้เห็น ไม่ใช่ตัวเลขที่โผล่มาเฉยๆ ที่พัก อาหาร ค่าเข้าอุทยาน เพิ่มเองได้

หน้างบประมาณ แสดงยอดรวมทริปและค่าน้ำมันที่คำนวณจากระยะทาง

โรงรถ

รถแต่ละคันมีตัวเลขของตัวเอง และมีวันครบกำหนดของตัวเอง

เก็บได้หลายคัน — มอเตอร์ไซค์ รถเก๋ง กระบะ รถตู้ — แต่ละคันมีระยะถัง อัตราสิ้นเปลือง และระยะที่ไหวต่อวันเป็นของตัวเอง ทริปวางแผนกับคันไหน ก็ใช้ตัวเลขของคันนั้น ใส่เลขไมล์ไว้ แล้วแอพจะนับรอบเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง โซ่ ผ้าเบรก ยาง ให้เอง พร้อมดูวันครบกำหนด ภาษี พ.ร.บ. และประกัน — และบอกล่วงหน้าว่าทริปที่กำลังจะไปนี้ จะทำให้อะไรครบกำหนดระหว่างทางบ้าง โดยแยกให้ชัดว่าอันไหนหมดก่อนวันออก กับอันไหนหมดวันที่เท่าไหร่ของทริป ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันและแก้คนละแบบ

สมุดประวัติ

รถคันนี้ผ่านอะไรมาบ้าง และมีไฟล์ยืนยันให้ด้วย

ทุกครั้งที่กด “ทำแล้ว” Ridebird บันทึกเป็นรายการใหม่ ไม่ใช่เขียนทับของเดิม — วันที่ เลขไมล์ ร้านที่ทำ ใส่อะไรไป พร้อมรูปใบเสร็จหรือรูปอะไหล่ที่สึก รวมกันเป็นประวัติของรถคันนั้น สิ่งที่คนซื้อจะขอดู และสิ่งที่นึกย้อนเองไม่ออกแล้วเมื่อผ่านไปปีนึง ส่งออกทั้งเล่มเป็นไฟล์ตารางได้ตลอด ฟรี และจะฟรีตลอดไป เพราะมันเป็นข้อมูลของคุณ ส่วนเอกสารและรายการที่นับเป็นเดือน ตั้งให้เตือนล่วงหน้า 30 วัน 7 วัน และเช้าวันครบกำหนดได้ แต่รายการที่นับเป็นกิโลเมตรตั้งใจไม่เตือน เพราะเลขไมล์อัปเดตเท่าที่คุณกรอก การเด้งเตือนจากตัวเลขเมื่อสามเดือนที่แล้วมีแต่จะหลอกกันเอง — รายการพวกนั้นอยู่ในแอพ และไม่มีช่องค่าใช้จ่ายที่ไหนเลย Ridebird บันทึกว่าทำอะไรไป ไม่ใช่ว่าจ่ายไปเท่าไหร่

น้ำมัน

รถคุณกินน้ำมันเท่าไหร่จริงๆ บิลของคุณรู้อยู่แล้ว

บันทึกทุกครั้งที่เติม — กี่ลิตร กี่บาท ที่ปั๊มไหน เลขไมล์เท่าไหร่ — แล้วแอพจะคำนวณ กิโลเมตรต่อลิตรจริงจากการเติมเต็มถังสองครั้งติดกัน พร้อมค่าน้ำมันต่อกิโลเมตรและยอดที่จ่ายไปทั้งหมด ถ้าตัวเลขจริงไม่ตรงกับที่ตั้งไว้ แอพจะบอกแล้วให้คุณกดเปลี่ยนเอง ไม่แก้ให้เงียบๆ เพราะตัวเลขนี้คือตัวที่ตัดสินว่าจะเตือนเรื่องช่วงที่ไม่มีปั๊มหรือเปล่า เกณฑ์ “วันเต็มๆ ของคันนี้” ก็ทำแบบเดียวกัน คือเทียบกับวันที่คุณขี่จริงแล้วเสนอให้ปรับ และถ้าทริปไหนซ้อนสองคน กดสวิตช์เดียว แล้วระยะถัง ค่าน้ำมัน และระยะที่ไหวต่อวัน ขยับให้พร้อมกันทั้งชุด และราคาน้ำมันแยกตามชนิด ครบทั้งสิบชนิดบนป้ายราคา ตั้งแต่ E85 ถึงแก๊สโซฮอล์พรีเมียม ที่บิ๊กไบค์เติม — แก๊สโซฮอล์กับดีเซลจึงไม่ถูกคิดราคาเดียวกันอีกต่อไป

บันทึกทริป

ทริปจบแล้ว แต่ไม่ได้หายไปไหน

แตะจุดแวะไหนก็ได้ แล้วเขียนว่าที่นั่นเป็นยังไง ใส่รูปได้จุดละหกรูป เขียนระหว่างทางที่ปั๊มก็ได้ หรือมาเขียนตอนถึงที่พักแล้วก็ได้ พิมพ์ไปเซฟไป ไม่มีปุ่มบันทึกให้ลืมกด บันทึกกับรูปอยู่ในเครื่อง เปิดอ่านได้ตอนไม่มีเน็ต และไม่ทับโน้ตที่คุณเขียนไว้ตอนวางแผน — คนละช่อง แล้วแอพสรุปให้เองว่าไปกี่วัน ถึงกี่จุดจากที่ปักไว้ และขี่ไปจริงกี่กิโล ซึ่งนับจากจุดที่คุณเช็คอิน ไม่ใช่จากแผน — สองเลขนี้แยกกันเสมอ ไม่เอามารวมกัน อยากอวดก็กดออกมาเป็นการ์ดรูปเดียวพร้อมโพสต์ และการ์ดนั้นไม่มีตัวเลขเงินอยู่เลย เส้นทางแชร์ได้ กระเป๋าเงินไม่ใช่

ขี่ครบ 77 จังหวัด

แผนที่ประเทศไทย ที่ระบายได้ด้วยการขี่เท่านั้น

ทุกจังหวัดที่เส้นทางของวันที่ขี่จริงผ่าน จะถูกระบายสีบนแผนที่ประเทศไทยในแอพ ไม่มีปุ่มติ๊กเองสักปุ่ม — จังหวัดนับด้วยหลักฐานเท่านั้น: เช็คอินหรือบันทึกทริปคือหลักฐานชัด ทริปที่เลยวันเดินทางมาแล้วนับให้เป็นเฉดจาง และทริปที่ยังไม่ถึงวันไม่นับเลย ต่อให้ปักหมุดละเอียดแค่ไหนก็ตาม แนวเขตทั้ง 77 จังหวัดอยู่ในเครื่อง นับได้ตอนไม่มีสัญญาณ และไม่มีอะไรถูกส่งออกไปไหน ครบเมื่อไหร่หรือแค่อยากอวดระหว่างทาง ก็กดออกมาเป็นการ์ดรูปเดียวพร้อมโพสต์ได้

77จังหวัด รอให้ขี่ไประบาย

ส่งต่อ

GPX เข้าเครื่องนำทาง และปุ่มส่งไป Maps

ส่งออก GPX ทั้งทริปหรือแยกรายวัน เข้า Garmin หรือแอพที่คุณใช้อยู่แล้ว ส่วนขาไหนอยากให้พาไปจริงๆ ส่งต่อให้ Google Maps หรือ Apple Maps ได้ — Ridebird เป็นตัววางแผน ไม่ใช่ตัวนำทาง และตั้งใจให้เป็นแบบนั้น

เมนูแชร์ในแอพ มีทั้งแชร์ลิงก์ทริปและส่งออก GPX รายวัน

ออฟไลน์

ไม่มีสัญญาณก็ยังเปิดได้

แผน ระยะทางที่คำนวณไว้ งบ เส้นทางทั้ง 115 เส้น และข้อมูลปั๊มทั้ง 7,789 จุด อยู่ในเครื่องหมดก่อนล้อหมุน แม้แต่การหาปั๊มใกล้ตัวก็ยังทำได้ตอนไม่มีสัญญาณ เพราะมันอ่านจากข้อมูลในเครื่อง ไม่ได้ยิงไปถามใคร ส่วนนี้กับการส่งออก GPX ฟรีตลอดไป ไม่มีวันย้ายไปอยู่หลังค่าสมาชิก

7,789ปั๊มน้ำมัน ติดมากับแอพ

แชร์

ส่งลิงก์ให้เพื่อน ไม่ต้องให้ใครโหลดแอพ

แชร์ทริปเป็นหน้าเว็บอ่านอย่างเดียว เปิดได้ทั้ง iPhone และ Android เพื่อนที่ไม่มีแอพยังกดดาวน์โหลด GPX จากหน้านั้นเข้า Garmin ของเขาได้เลย ปิดลิงก์เมื่อไหร่ก็ได้ และงบไม่เคยติดไปกับลิงก์ — เส้นทางแชร์ได้ กระเป๋าเงินไม่ใช่

เปิดตัวอย่างลิงก์ที่แชร์จริง →

ตีห้าครึ่งที่กิ่วลม ฟ้ายังไม่สาง มือชาจนต้องเป่า

แล้วหมอกก็ไหลขึ้นมาเต็มหุบทีเดียว

คนที่ไปยืนตรงนั้นพอดีไม่ได้โชคดีกว่าใคร — เขาแค่รู้ตั้งแต่เมื่อคืนว่าจะนอนที่ไหน ออกกี่โมง และเติมน้ำมันครั้งสุดท้ายตรงไหน

Ridebird ทำงานตอนนั้น ตอนที่ล้อยังไม่หมุน

แผนที่ในแอพ แสดงเส้นทางแม่ฮ่องสอนลูปตามถนนจริง พร้อมหมุดจุดแวะแยกสีและมีเลขลำดับของแต่ละวัน
รายชื่อปั๊มใกล้เส้นทาง โดยปั๊มที่แก้ปัญหาได้ติดป้าย แก้ได้

โหมดสว่างไม่ใช่ของแถม — ทำมาให้อ่านออกตอนจอดอยู่กลางแดด

ทริปหน้าเริ่มที่คืนก่อนออกเดินทาง

วางให้จบตั้งแต่ตอนนั้น แล้วที่เหลือคือขี่

เบต้าบน TestFlight เร็วๆ นี้iPhone · iOS 26 ขึ้นไป